Showing posts with label ยาอันตราย. Show all posts
Showing posts with label ยาอันตราย. Show all posts

Friday, 13 September 2013

ภัยจากนามบัตร(Burundanga) ประเมินข้อเท็จจริงจากข้อมูลที่ได้

เมื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ "เบอร์อุนแดนก้า" (Burundanga) พบว่า มีเมลส่งต่อ (forward mail) เกี่ยวกับเบอร์อุนแดนก้าเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเริ่มส่งให้กันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 

ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบแล้วคาดว่าอีเมล ‘ภัยจากนามบัตร’ จากหนังสือพิมพ์มติชน เป็นข้อความที่แปลออกมา
  • นักวิจารณ์ชาวอเมริกันได้วิเคราะห์เมลส่งต่อฉบับนี้ไว้ว่ามีจุดที่น่าสงสัย 2 ประการ ได้แก่
     1.   ผู้ส่งเมลเล่าว่ามีอาการหลังจากที่สัมผัสกับนามบัตร  แต่ระยะเวลาการเริ่มออกฤทธิ์จากการสัมผัสสารสโคโปลามีนสารต้องมีระยะเวลาที่นานกว่านี้ (ใช้เวลาเป็นชั่วโมง)

     2.   ผู้ส่งเมลเล่าว่าได้กลิ่นจากมือ ซึ่งมาจากการจับนามบัตร แต่จากเอกสารอ้างอิงมาทางวิทยาศาสตร์ระบุว่าสารสโคโปลามีนไม่มีกลิ่น

            นอกจากนี้ไม่เคยมีแหล่งข่าวที่ยืนยันว่ามีการก่อคดีเช่นนี้จริงในสหรัฐอเมริกา จึงขอสรุปว่าข้อมูลอีเมลส่งต่อเรื่อง ‘ภัยจากนามบัตร’ ฉบับนี้ ไม่เป็นความจริง  

ข้อมูลทางวิชาการของเบอร์อุนแดนก้า (Burundanga)

เบอร์อุนแดนก้า เป็นอีกชื่อหนึ่งที่ใช้เรียกยาสโคโปลามีน (scopolamine)

  Scopolamine (Hyoscine)

ในอเมริกาใต้มีเรื่องเล่าลือซึ่งเกี่ยวข้องกับเบอร์อุนแดนก้าว่าเป็นสารที่กินเพื่อให้เกิดภาวะเหมือนจิตที่เข้าฌานหรือทรงเจ้าในพิธีของหมอผี 

มีรายงานการใช้ยานี้เพื่อก่ออาชญากรรมครั้งแรกในประเทศโคลัมเบีย ในช่วงทศวรรษ1980 และตามที่รายงานไว้ในบทความที่ตีพิมพ์ใน Wall Street Journal ปี 1995 (รายละเอียดตามแนบ) ว่ามีการใช้เบอร์อุนแดนก้าช่วยในการก่ออาชญากรรมระบาดมากในช่วงทศวรรษ1990  บทความกล่าวว่าการใช้ก่ออาชญากรรมที่พบคือ จะให้เหยื่อดื่มเครื่องดื่มที่มีเบอร์อุนแดนก้าผสมอยู่  ต่อมาเหยื่อจะตื่นขึ้นมาในสถานที่ห่างออกไป มีอาการมึนงงมาก และจำเรื่องราวไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าวของเงินทองหายไป แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าใจว่าลดลงเหมือนกับการเกิดอาชญากรรมอื่นๆ แล้วก็ตาม แต่สหรัฐอเมริกาก็ยังคงเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังอาชญากรในโคลัมเบียที่จะใช้ยามอมนักท่องเที่ยวเพื่อให้ไร้ความสามารถชั่วคราว

สโคโปลามีนมีที่ใช้ในทางการแพทย์หลายรูปแบบได้แก่ ยาฉีด ยาเม็ดรับประทาน และแผ่นแปะ
ข้อบ่งใช้ จะแตกต่างกันขึ้นกับรูปแบบของยาที่ให้
  • ยาฉีด เป็นยาที่ให้ก่อนการผ่าตัดเพื่อให้สูญเสียความจำ สงบระงับ และลดการหลั่งน้ำลายและลดสารหลั่งจากทางเดินหายใจ
  • ยารับประทาน  ใช้รักษาโรคพาคินสัน  โรคลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome, IBS)  ป้องกันอาการเมารถเมาเรือ 
แผ่นยาแปะที่มีขายในต่างประเทศ
  • แผ่นยาแปะ ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกี่ยวกับการใช้ยาสลบหรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิเอต ป้องกันอาการเมารถเมาเรือ
  • กลไกการออกฤทธิ์   ยับยั้งการทำงานของ acetylcholine ที่ พาราซิมพาเธติกบริเวณ กล้ามเนื้อเรียบ ต่อมคัดหลั่งและระบบประสาทกลาง
    • ขนาดยา ยาเม็ด 10 มก. รับประทาน 1-2 เม็ด วันละ 3 เวลา   
    • ยาฉีด 20 มก/มล ให้ไม่เกิน 1.5 มก/กก/วัน
    ระยะเวลาเริ่มออกฤทธิ์      
    • รับประทาน และฉีดเข้ากล้าม 0.5-1 ชั่วโมง  
    • ฉีดเข้าเส้น 10 นาที 
    • แผ่นยาแปะ 4 ชั่วโมง
    แบบแผ่นแปะมีสโคโปลามีน 1.5 มก. และจะปล่อยตัวยาประมาณ 1 มก.ในเวลา 3 วัน
    ระยะเวลาการออกฤทธิ์      
    • รับประทาน และฉีดเข้ากล้าม 4-6 ชั่วโมง  
    • ฉีดเข้าเส้น 2 ชั่วโมง 
    • แผ่นยาแปะ 3 วัน
    อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบประสาทกลาง สับสน ง่วงซึม ปวดศีรษะ สูญเสียความทรงจำ กล้ามเนื้อแขนขาทำงานไม่ประสานกัน  เหนื่อยล้า


    การจัดประเภทตามกฎหมาย  จัดเป็นยาอันตราย ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
    ที่มา : กลุ่มวิจัย พัฒนา และระบาดวิทยา  กองควบคุมวัตถุเสพติด 20 มกราคม 2552